ก.ดิจิทัลชู “ไปรษณีย์ไทย” เป็นหัวหอกยกระดับ “อีคอมเมิร์ซชุมชน” ครบวงจร

MGR Online – รมว.ดีอี มอบหมายไปรษณีย์ไทยเสริมแกร่งสินค้าชุมชนยก ยกระดับจากช่องทางการขนส่ง-ลอจิสติกส์ ไปสู่อีคอมเมิร์ซครบวงจร เผยทดลองระบบบริการงาน ณ จุดขาย (POS) เชื่อมชุมชน-โลกออนไลน์ง่ายเพียงปลายนิ้ว เป้าหมายปี 64 กระจายสู่ชุมชนเกือบ 3 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ชี้ ปณท ศักยภาพสูงพร้อมหนุนเป็นช่องทางของไทยสู้อีคอมเมิร์ซต่างชาติ

วานนี้ (30 เม.ย.) ในงานสัมมนา “START UP จับต้องได้ : เจาะลึกธุรกิจ สร้างสังคมแห่งสตาร์ทอัพ” จัดโดย positioningmag.com และองค์กรพันธมิตร ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวปาฐกถาบนเวทีโดยระบุว่า ท่ามกลางกระแสการแข่งขันด้านอีคอมเมิร์ซ ความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีและคู่แข่งจากต่างชาติที่เข้ามาให้บริการในตลาดไทย ในส่วนของรัฐบาลเองก็มีโครงการต่อยอดจากโครงการเน็ตประชารัฐ คือการส่งเสริมให้สินค้าชุมชนมีระบบอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งกระทรวงดีอีได้มอบหมายให้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ได้พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับร้านค้าชุมชน ใช้ระบบการบริหารงาน ณ จุดขาย หรือ POS (Point of Sale : POS)

สำหรับโครงการระบบการบริหารงาน ณ จุดขายนี้จะเป็นตัวกลางให้ร้านค้าชุมชนทำการสต็อกสินค้า จำหน่ายสินค้า ตลอดจนการลงทะเบียนสมาชิก รวมถึงสั่งซื้อสินค้าจากผู้ขายผ่านระบบได้ ซึ่งจะช่วยลดภาระและลดต้นทุนในการจัดเก็บสต็อกสินค้าของร้านค้าชุมชนได้เป็นอย่างดี โดยช่วงแรกนำร่องที่บ้านสระบัวก่ำ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ในการติดตั้งระบบ POS e-Commerce ชุมชน ที่มีจุดเด่นเรื่องของผ้าทอพื้นเมืองลายโบราณได้ประสบความสำเร็จแล้ว
“โครงการอย่างเช่น POS หรืออีคอมเมิร์ซซึ่งทางกระทรวงดิจิทัลได้ให้ทางไปรษณีย์ไทยขับเคลื่อนวันนี้กำลังทดสอบสังคมอยู่ เราได้ไปทำการทดสอบระบบแล้ว 60-70% เมื่อ 3-4 เดือนที่แล้ว โดยระบบ POS นี้จะมีเครื่องมือง่าย ๆ ให้ชาวบ้านได้เรียนรู้และทำเองเพื่อขายสินค้าโอท็อป และระบบการให้บริการทั้งหลาย มีคอมพิวเตอร์ง่าย ๆ เครื่องพิมพ์ใบเสร็จง่าย ๆ เครื่องเล็กนิดเดียว แล้วก็มีเครื่องพิมพ์สติกเกอร์ง่าย ๆ เพื่อพิมพ์สติกเกอร์ออกมาแล้วมีบาร์โค้ดของผู้ที่สั่งซื้อของ วันนี้ทดสอบแล้วได้ผลดีมาก ชาวบ้านสามารถทำเองได้ แล้วสินค้าโอท็อปทั้งหลาย เดี๋ยวชาวบ้านเขาบริหารจัดการเอง แล้วสามารถที่จะอัปโหลดขึ้นไปบนเว็บ และสามารถที่จะรอรับออเดอร์ที่จะมาจากที่ไหนก็ได้ การส่งของไปรษณีย์ให้บริการ สติกเกอร์ก็ไม่มีอะไรมาก ข้อมูลทุกอย่างอยู่ในคอมพิวเตอร์ ที่สามารถตรวจสอบได้” รมว.ดีอีอธิบาย

สำหรับการดำเนินโครงการนี้ จะแบ่งเป็น 5 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ปี 2560 ทำการคัดเลือกและพัฒนาร้านค้าชุมชนต้นแบบเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ POS จำนวนไม่น้อยกว่า 200 หมู่บ้านทั่วประเทศ ระยะที่ 2 ปี 2561 เป็นการขยายผลการติดตั้งอุปกรณ์การบริหารงาน POS จำนวน 10,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ และ ระยะที่ 3 ช่วงเวลา 5 ปี 2562 – 2564 เป็นระยะการพัฒนาโครงการสู่ความยั่งยืน โดยจะขยายผลการติดตั้งระบบงานให้ครบ 29,800 หมู่บ้านทั่วประเทศ โดยค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์ POS นั้น ชุมชนเป้าหมายสามารถหาซื้อได้กับทางไปรษณีย์ไทยโดยมีตั้งแต่อุปกรณ์ชุดใหญ่ อุปกรณ์ขนาดย่อม และอุปกรณ์แบบโมบายล์
“โครงการอย่างเช่น POS หรืออีคอมเมิร์ซซึ่งทางกระทรวงดิจิทัลได้ให้ทางไปรษณีย์ไทยขับเคลื่อนวันนี้กำลังทดสอบสังคมอยู่ เราได้ไปทำการทดสอบระบบแล้ว 60-70% เมื่อ 3-4 เดือนที่แล้ว โดยระบบ POS นี้จะมีเครื่องมือง่าย ๆ ให้ชาวบ้านได้เรียนรู้และทำเองเพื่อขายสินค้าโอท็อป และระบบการให้บริการทั้งหลาย มีคอมพิวเตอร์ง่าย ๆ เครื่องพิมพ์ใบเสร็จง่าย ๆ เครื่องเล็กนิดเดียว แล้วก็มีเครื่องพิมพ์สติกเกอร์ง่าย ๆ เพื่อพิมพ์สติกเกอร์ออกมาแล้วมีบาร์โค้ดของผู้ที่สั่งซื้อของ วันนี้ทดสอบแล้วได้ผลดีมาก ชาวบ้านสามารถทำเองได้ แล้วสินค้าโอท็อปทั้งหลาย เดี๋ยวชาวบ้านเขาบริหารจัดการเอง แล้วสามารถที่จะอัปโหลดขึ้นไปบนเว็บ และสามารถที่จะรอรับออเดอร์ที่จะมาจากที่ไหนก็ได้ การส่งของไปรษณีย์ให้บริการ สติกเกอร์ก็ไม่มีอะไรมาก ข้อมูลทุกอย่างอยู่ในคอมพิวเตอร์ ที่สามารถตรวจสอบได้” รมว.ดีอีอธิบาย

สำหรับการดำเนินโครงการนี้ จะแบ่งเป็น 5 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ปี 2560 ทำการคัดเลือกและพัฒนาร้านค้าชุมชนต้นแบบเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ POS จำนวนไม่น้อยกว่า 200 หมู่บ้านทั่วประเทศ ระยะที่ 2 ปี 2561 เป็นการขยายผลการติดตั้งอุปกรณ์การบริหารงาน POS จำนวน 10,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ และ ระยะที่ 3 ช่วงเวลา 5 ปี 2562 – 2564 เป็นระยะการพัฒนาโครงการสู่ความยั่งยืน โดยจะขยายผลการติดตั้งระบบงานให้ครบ 29,800 หมู่บ้านทั่วประเทศ โดยค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์ POS นั้น ชุมชนเป้าหมายสามารถหาซื้อได้กับทางไปรษณีย์ไทยโดยมีตั้งแต่อุปกรณ์ชุดใหญ่ อุปกรณ์ขนาดย่อม และอุปกรณ์แบบโมบายล์

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์