ซินโครตรอนจับมือศิริราชวิจัยแสงพัฒนาการแพทย์

ที่คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยหิดล จัดพิธีลงนามความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาด้านการแพทย์ โดยใช้แสงซินโครตรอน

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ ดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชน ประชาชน สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัย ต่างๆการที่คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ขั้นสูง และเข้ามาร่วมวิจัยกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ถือเป็นการยกระดับการวิจัยและพัฒนาทางด้านการแพทย์ทั้งในด้านคุณภาพ ความเข้มแข็งทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของชาติ เกิดการนำไปพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับประเทศต่อไป
ศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สราวุฒิ สุจิตจร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า สถาบันฯดำเนินงานภายใต้พันธกิจการวิจัยและการใช้ประโยชน์จากแสงซินโครตรอน รวมถึง ให้บริการแสงซินโครตรอน และเทคโนโลยีด้านแสงซินโครตรอน นอกจากนี้ยังส่งเสริมการถ่ายทอด การเรียนรู้เทคโนโลยีด้านแสงซินโครตรอน ทั้งนี้ เทคโนโลยีแสงซินโครตรอนถือเป็นเทคโนโลยีแสงขั้นสูง สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานวิจัยหลากหลายด้าน รวมถึงด้านงานวิจัยทางการแพทย์ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ร่วมกับคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดประตูโลกวิทยาศาสตร์ด้านเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนให้มาเจอกับงานวิจัยด้านการแพทย์ พร้อมทั้งยังเป็นการขยายฐานงานวิจัยของแสงซินโครตรอนให้ครอบคลุมในทุกมิติของงานวิจัย นอกจากความร่วมมือด้านงานวิจัยแล้ว ยังมีความร่วมมือด้านพัฒนากำลังคน ทั้งด้านการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์เพื่อให้คนไทย พร้อมเข้าสู่งานวิจัยในระดับสากล
ด้านศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลตระหนักถึงความสำคัญของงานวิจัยและพัฒนาด้านการแพทย์ โดยเฉพาะด้านอาหารและยา ผลึกศาสตร์ของโปรตีนก่อโรคเพื่อการพัฒนาตัวยาใหม่ๆ รวมถึงการพัฒนาวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ ด้วยเหตุนี้ทางคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลพร้อมเต็มที่สำหรับการร่วมวิจัย พัฒนา และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ร่วมกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เพื่อนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมสำหรับวงการแพทย์ของไทย นำองค์ความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยได้จริง ดังนั้นการลงนามบันทึกข้อตกลงวิจัยและพัฒนาครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงานภาครัฐที่จะช่วยสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการแพทย์ของไทย บนพื้นฐานของการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ อันจะเป็นผลดีต่อภาพรวมของวงการแพทย์ของไทย นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างแท้จริง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth