สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ สะเทือน ‘แอปเปิล’ และธุรกิจไอทียักษ์ใหญ่

ภาคธุรกิจด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบโดยตรง เมื่อมาตรการขึ้นภาษีของจีน-สหรัฐฯ เริ่มมีผลบังคับใช้
สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน 1,300 ชนิด ซึ่งจีนเองก็ออกมาตอบโต้ด้วยการประกาศขึ้นภาษีร้อยละ 25 กับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มากกว่า 100 ชนิด เช่นกัน

อ่านประกอบ >>> [ทรัมป์ประกาศจะคว่ำบาตรจีน ฐานละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา] <<< ผลกระทบหนักจากข้อพิพาทนี้ตกไปอยู่กับบริษัทด้านไอทีและอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ที่มีเสถียรภาพสูงหลายบริษัทในสหรัฐฯ เช่น บริษัทด้านเทคโนโลยีอย่างแอปเปิลและอินเทล บริษัทผู้นำด้านการผลิตเครื่องจักรกลหนักขนาดใหญ่อย่างแคทเธอร์พิลลาร์ (Caterpillar) และบริษัทโบอิง ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่สัญชาติอเมริกัน เนื่องจากมีการส่งออกสินค้ามหาศาลไปยังจีนในแต่ละปี หุ้นบริษัทแอปเปิลร่วงทันทีร้อยละ 1.5 เมื่อวันพุธ (4 เม.ย.) ที่ผ่านมา จากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับสถานการณ์ความผันผวนและความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ โดยจีนถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของแอปเปิล เพราะในไตรมาสล่าสุดเพียงไตรมาสเดียว แอปเปิลสามารถขายไอโฟน ไอแพด และแม็คคอมพิวเตอร์ได้มากถึง 18,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 562,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 20 ของยอดขายทั้งหมดซึ่งเป็นยอดขายให้กับลูกค้าชาวจีน อ่านประกอบ >>> [จีนโต้กลับ ขึ้นภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ 128 รายการ] <<< ขณะที่ผู้ผลิตเครื่องบินของสหรัฐฯ อย่างบริษัทโบอิงก็จะตกที่นั่งลำบากเช่นกัน เพราะจากรายได้ทั้งหมดเมื่อปีที่ผ่านมานั้น ราว 12,000 ล้านดอลลาร์ หรือร้อยละ 13 จากรายได้ทั้งหมดมาจากประเทศจีน ซึ่งเมื่อเดือน พ.ย. 2560 โบอิงเพิ่งจะทำสัญญาขายเครื่องบินล็อตใหญ่ 300 ลำ ให้กับจีน มูลค่ารวม 37,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท) อย่างไรก็ตาม แม้ทางโบอิงจะกล่าวอย่างมั่นใจว่า ข้อตกลงทำธุรกิจดังกล่าวถูกลงนามต่อหน้าทั้งนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน แต่ความกังวลล่าสุดกลับทำให้หุ้นของโบอิงร่วงทันทีร้อยละ 3 อ่านประกอบ >>> [สหรัฐฯ ไม่พอใจ จีนโต้กลับขึ้นภาษีสินค้า 128 รายการ] <<< ด้านบริษัทแคทเธอร์พิลลาร์ ผู้นำด้านการผลิตเครื่องจักรกลหนักขนาดใหญ่ ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการสร้างอาณาจักรธุรกิจในประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรกลหนัก เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการขุดเจาะเหมืองแร่ใต้ดิน รถแทรกเตอร์แบบตีนตะขาบ ล้วนมีความจำเป็นอย่างมากในงานสร้างถนน งานเกี่ยวกับป่าไม้ การก่อสร้าง งานเหมืองแร่ รวมไปถึงการก่อสร้างอาคารจำนวนมากในจีนซึ่งต่างก็มีความจำเป็นที่ต้องใช้บริการจากทางบริษัทแคทเธอร์พิลลาร์ทั้งสิ้น การแถลงผลประกอบการล่าสุดของบริษัทแคทเธอร์พิลลาร์ระบุว่า ยอดขายในจีนประจำปี 2561 นี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมาก และทางบริษัทก็เตรียมพร้อมที่จะผลิตอุปกรณ์ต่าง ๆ สู่ท้องตลาดของจีนให้ทันท่วงที ซึ่งรายได้จากจีนและเอเชียแปซิฟิกนั้นคิดเป็นอัตราที่สูงถึงร้อยละ 21.5 ของยอดขายบริษัทในปีที่ผ่านมา แต่จากความกังวลเรื่องสงครามการค้าทำให้มูลค่าหุ้นของแคทเธอร์พิลลาร์ร่วงไปร้อยละ 2 เมื่อวานนี้ นอกเหนือจากนี้ ก็ยังมีบริษัทที่จะได้รับผลกระทบแน่นอนจากการขึ้นภาษีนำเข้า นั่นก็คือบริษัทอินเทล เท็กซัสอินสทรูเมนต์ เอ็นวีเดีย ไมครอน และควอคอม เพราะกลุ่มบริษัทเหล่านี้ต่างมีโรงงานผลิตอยู่ในจีนจำนวนมาก และมีจีนเป็นฐานลูกค้าใหญ่ในการรับซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างตัว CPU และ Processor เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบของโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และแกดเจ็ทต่าง ๆ บริษัทอินเทลมียอดขายจากประเทศจีนอย่างเดียวคิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของรายได้ทั้งหมดในปี 2560 กระแสเรื่องการขึ้นกำแพงภาษีจึงทำให้หุ้นของบริษัทร่วงลงไปพร้อม ๆ กับบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ร้อยละ 2 บวกกับข่าวการยกเลิกการสั่งซื้อ CPU จากแอปเปิลเมื่อวานนี้ ทำให้สถานการณ์ของอินเทลอาจไม่สู้ดีนัก ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สนุกดอทคอม